การขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้ารับการทดสอบความรู้และสอบเทียบวิทยฐานะ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม จะต้องมีคุณสมบัติตามข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2544 โดยสภาสถาปนิกจะจัดสอบความรู้และสอบเทียบวิทยฐานะของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชา ชีพฯ ประเภทภาคีสถาปนิก และประเภทสามัญสถาปนิก ผู้ต้องการขอใบอนุญาตฯ ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิในวิชาชีพสถาปัตยกรรมศาสตร์ ดังนี้ |
| |
|
| ระดับภาคีสถาปนิก |
| 1. |
เป็นผู้มีปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (สถ.บ.) จากสถานศึกษาที่ สภาสถาปนิกรับรอง |
| 2. |
เป็นผู้มีอนุปริญญาหรือเทียบเท่า (ค.อ.บ.) จากสถานศึกษาที่มีหลักสูตรไม่น้อยกว่า 3 ปี ที่สภาสถาปนิกรับรอง และได้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน กฎกระทรวง แต่ไม่น้อยกว่า 2 ปี |
| 3. |
เป็นผู้มีประกาศนียบัตรหรือเทียบเท่า (ป.ว.ส.) จากสถานศึกษาที่มีหลักสูตรไม่น้อยกว่า 3 ปีที่สภาสถาปนิกรับรอง และได้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่น้อยกว่า 3 ปี พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานใบรับรองการเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับวิชาชีพสถาปัตยกรรมดังกล่าว และลงนามรับรองโดยหัวหน้าหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตั้งแต่ระดับสามัญสถาปนิกขึ้นไปเพื่อประกอบการพิจารณา |
| |
|
| ระดับสามัญสถาปนิก |
| 1. |
เป็นผู้มีคุณวุฒิตามข้อ 1.1 ประกอบวิชาชีพ ฯ ในระดับภาคีสถาปนิก มาไม่น้อยกว่า 1 ปี |
| 2. |
เป็นผู้มีคุณวุฒิตามข้อ 1.2 ประกอบวิชาชีพ ฯ ในระดับภาคีสถาปนิก มาไม่น้อยกว่า 3 ปี |
| 3. |
เป็นผู้มีคุณวุฒิตามข้อ 1.3 ประกอบวิชาชีพ ฯ ในระดับภาคีสถาปนิก มาไม่น้อยกว่า 3 ปี และผ่านการสอบเทียบวิทยฐานะตามมาตรฐานความรู้ขั้นสามัญสถาปนิกที่สภาสถาปนิกจัดสอบ |
| |
|
การยื่นเรื่องเพื่อขอรับใบอนุญาต ฯ ให้เตรียมเอกสารดังนี้
ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตฯ ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ให้สมัครเป็นสมาชิกสภาสถาปนิกก่อน เมื่อผ่านขั้นตอนการจดทะเบียนสมาชิกแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ ได้ โดยเตรียมเอกสารดังนี้ |
| |
ผู้สมัครใหม่ |
| |
| 1. |
รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี จำนวน 3 รูป |
| 2. |
Transcript และใบรับรองฉบับจริง พร้อมสำเนา |
| 3. |
สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ |
| 4. |
สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ |
| 5. |
ใบรับรองแพทย์ |
| 6. |
กรณีจบ ค.อ.บ. ให้ยื่นหนังสือรับรองการทำงาน 2 ปีขึ้นไป และลงนามรับรองโดยหัวหน้าหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตั้งแต่ระดับสามัญ สถาปนิกขึ้นไป |
|
| |
|
| |
ผู้สอบแก้ตัว |
| |
| 1. |
บัตรประจำตัวสอบเดิม |
| 2. |
รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี จำนวน 3 รูป เขียนชื่อด้านหลัง |
|
| |
|
| หลักเกณฑ์รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรและวิธีการสอบวัดความรู้ |
| 1. |
การสอบมาตรฐานความรู้ขั้นภาคีสถาปนิกและสามัญสถาปนิกให้สอบชุดวิชา ดังนี้ |
| |
| 1. |
วิชาออกแบบสถาปัตยกรรม |
| 2. |
วิชาวัสดุและวิธีการก่อสร้าง |
| 3. |
วิชาโครงสร้างอาคาร |
| 4. |
วิชางานระบบอาคาร |
| 5. |
วิชาปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม |
| 6. |
วิชาความรู้พื้นฐานทางสถาปัตยกรรม |
|
| 2 |
ผู้เข้ารับการสอบความรู้ ต้องได้คะแนนในแต่ละชุดวิชาไม่น้อยกว่า 60 % จึงจะถือว่าผ่านการสอบความรู้จากสภาสถาปนิก 3. ผู้เข้ารับการสอบได้ผ่านหลักเกณฑ์การสอบความรู้แล้ว สภาสถาปนิกจะออกใบอนุญาตและวุฒิบัตรให้เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาต ฯ ได้เข้ารับการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่สภาสถาปนิกกำหนด และได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามข้างล่างนี้เรียบร้อยแล้ว
ค่าธรรมเนียมบัตรใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
ประเภทภาคีสถาปนิก 2500 บาท
ประเภทสามัญสถาปนิก 4000 บาท
ค่าธรรมเนียมการฝึกอบรม ครั้งละ 1,500 บาท / วัน |
| |
|
| ขอบเขตหลักสูตรวิชาที่สอบ |
| 1. |
วิชาออกแบบสถาปัตยกรรม ทดสอบความรู้และความสามารถเกี่ยวกับแนวความคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรม และการวางผังรวมทั้งกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมให้สัมฤทธิ์ผล |
| 2. |
วิชาวัสดุและวิธีการก่อสร้าง ทดสอบความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติ คุณสมบัติและวิธีการใช้วัสดุก่อสร้าง ทดสอบความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีโครงสร้างอาคารขั้นพื้นฐานและการเลือกใช้โครงสร้าง |
| 3. |
วิชาโครงสร้างอาคาร ทดสอบความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีโครงสร้างอาคารขั้นพื้นฐาน และการเลือกใช้โครงสร้าง |
| 4. |
วิชางานระบบอาคาร ทดสอบความรู้และความเข้าใจพื้นฐาน ดังต่อไปนี้ |
| |
| - |
อากาศ และการปรับสภาพอากาศ |
| - |
แสง เสียง ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง |
| - |
ระบบสุขาภิบาล |
| - |
ระบบขนส่งภายในอาคาร |
| - |
พลังงาน และสิ่งแวดล้อม |
| - |
ระบบความปลอดภัยของอาคาร |
| - |
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบอาคาร |
|
| |
|
| 5. |
วิชาปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม ทดสอบความรู้และความเข้าใจ ดังต่อไปนี้ |
| |
| - |
ความสัมพันธ์และความรับผิดชอบของสถาปนิกต่อวิชาชีพอื่น และต่อผู้ว่าจ้าง |
| - |
การจัดทำรายการประกอบแบบและขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง |
| - |
การประมาณราคาและการคัดเลือกผู้รับจ้าง |
| - |
การอำนวยการก่อสร้าง การควบคุมงาน การจัดทำแบบฟอร์มรายงาน ความก้าวหน้าของงาน และการตรวจรับงานก่อสร้าง |
| - |
กฎหมาย จริยธรรม และระเบียบที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ |
|
| |
|
| 6. |
วิชาความรู้พื้นฐานทางสถาปัตยกรรม |
| |
ทดสอบความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศิลปะ และสถาปัตยกรรม รวมทั้งความรู้ด้านสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อมและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น |
| |
|
| ชนิดงานในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2542) ดังนี้ |
| (1) |
งานออกแบบ หมายถึง การกำหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมควบคุม ที่ใช้ในการก่อสร้างหรือเกี่ยวกับการก่อสร้าง รวมทั้งการศึกษา การวางแผน การกำหนดขอบเขต และการพิจารณารูปแบบสถาปัตยกรรม เพื่อการก่อสร้างหรือที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง |
| (2) |
งานอำนวยการก่อสร้าง หมายถึง การบริหารจัดการ หรือควบคุมเกี่ยวกับการก่อสร้าง การซ่อมแซม การดัดแปลง การรื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายอาคารให้เป็นไปตามรูปแบบและรายการสถาปัตยกรรม |
| (3) |
งานพิจารณาตรวจสอบ หมายถึง การสำรวจ การค้นคว้า การวิเคราะห์ การทดสอบ รวมทั้งการหาข้อมูลและสถิติต่างๆ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการตรวจและวินิจฉัยงานที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม |
| |
|
| |
|